Blogger-Man บล็อกเกอร์แมน
บริษัทไทย

โอวัลตินกับไมโล รายได้ดีไหม

ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ที่พวกเราคุ้ยเคย ต้องมีชื่อของโอวัลตินกับไมโลรวมอยู่ด้วย

เราเคยสงสัยไหมว่าทั้ง 2 แบรนด์นี้เกิดมานานหรือยัง แล้วรายได้ดีไหม เดี๋ยววันนี้เราไปหาคำตอบด้วยกัน

 จุดเริ่มต้นของโอวัลติน ต้องย้อนกลับในปี 1865 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  เมื่อ Dr. George Wander นักเคมีผู้ที่พยายามผลิตอาหารเสริมให้แก่เด็กที่ขาดสารอาหาร ซึ่งเครื่องดื่มนี้ถูกผลิตมาจากไข่และมอลต์ที่เป็นส่วนผสมหลัก

 

ต่อมาในปี 1904 Dr. Albert Wander ลูกชายของ Dr. George ได้นำสูตรที่พ่อของเขาคิดค้นมาต่อยอด

โดยการรวบรวมมอลต์สกัดจากข้าวบาร์เล่โดยมาผสมกับนม ไข่ไก่ และ โกโก้ จนสามารถพัฒนาเครื่องดื่มที่ชื่อว่า โอวัลติน ก่อนที่จะนำมาขายที่ประเทศอังกฤษในปี 1909 จากนั้นจึงเริ่มมีการนำโอวัลตินไปขายยังสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ

 

จนปัจจุบันนั้น โอวัลตินได้ถูกขายไปกว่าใน 100 ประเทศทั่วโลก

 

สำหรับประเทศไทยนั้น โอวัลตินถูกนำเข้ามาขายครั้งแรกในปี 1934

จนต่อมามีการตั้งโรงงานในประเทศไทย เมื่อปี 1987 ซึ่งโรงงานที่ไทยแห่งนี้นับเป็นโรงงานผลิตโอวัลตินที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย

 

ขณะที่ไมโลนั้นถูกคิดค้นขึ้นโดย Thomas Mayne นักวิจัยอาหารและนักเคมีชาวออสเตรเลียในปี 1934

 

โดยตอนนั้นทางเนสท์เล่ต้องการที่จะพัฒนาเครื่องดื่มที่ให้คุณค่าทางอาหารทั้งเกลือแร่ และวิตามิน แก่เด็กๆ ในราคาไม่แพงมาก พร้อมใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นของออสเตรเลียไม่ว่าจะเป็นโกโก้ ข้าวบาร์เลย์และนม 

 

ทำให้เนสท์เล่จึงไปคุยกับ Thomas Mayne เพื่อพัฒนาเครื่องดื่มประเภทนี้

 

ซึ่งชื่อของไมโลนั้นถูกตั้งขึ้นตามชื่อของ Milo of Croton ซึ่งเป็นนักมวยปล้ำชาว     กรีกในตำนานที่ประสบความสำเร็จจากการแข่งขันกีฬาสำคัญหลายครั้งในสมัยก่อน

โดยไมโลนั้นเริ่มเข้ามาขายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1958 หรือกว่า 61 ปีมาแล้ว ปัจจุบัน ไมโลได้ถูกขายไปกว่าใน 40 ประเทศทั่วโลก

 

แล้วรายได้และกำไรของบริษัทที่ขายโอวัลตินกับไมโลในประเทศไทย

เป็นอย่างไร

รายได้และกำไรของบริษัท เอบี ฟู้ด เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ผู้ผลิตโอวัลติน)

ปี 2016 รายได้ 8,940 ล้านบาท กำไร 1,614 ล้านบาท

ปี 2017 รายได้ 8,891 ล้านบาท กำไร 1,777 ล้านบาท

ปี 2018 รายได้ 9,479 ล้านบาท กำไร 2,036 ล้านบาท

 

รายได้และกำไรของบริษัท บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด (ผู้ผลิตไมโล)

ปี 2016 รายได้ 46,534 ล้านบาท กำไร 1,724 ล้านบาท

ปี 2017 รายได้ 48,068 ล้านบาท กำไร 2,656 ล้านบาท

ปี 2018 รายได้ 48,871 ล้านบาท กำไร 2,708 ล้านบาท

 

การที่รายได้ของ เนสท์เล่ ผู้ผลิตไมโลมากกว่า เอบี ฟู้ด เบฟเวอร์เรจส์ผู้ผลิตโอวัลติน กว่า 5 เท่า เนื่องจากมีการขายสินค้าที่หลากหลายกว่า

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดถึงเฉพาะส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มมอลต์สกัดนั้น โอวัลตินมีส่วนแบ่งประมาณ 70% ขณะที่ไมโลมีส่วนแบ่งประมาณ 30% ซึ่งดูแล้วทั้งโอวัลตินและไมโลก็น่าจะเป็นผู้นำในตลาดนี้ไปอีกนานเลยทีเดียว

>>> <<<

กดติดตามบทความที่น่าสนใจของเพจบล็อกเกอร์แมน พร้อมทั้งสามารถติดตามบทความย้อนหลังทั้งหมดได้ที่

https://www.blogger-man.com

>>> <<<

 References

-https://www.ovaltine.co.th/home

-https://en.wikipedia.org/wiki/Ovaltine

-https://en.wikipedia.org/wiki/Milo_(drink)

-https://milo.com.au/all-about-milo/history

-https://www.youtube.com/watch?v=h4Iv9SDy2rs

แสดงความคิดเห็น