Blogger-Man บล็อกเกอร์แมน
บริษัทต่างประเทศ

adidas และ PUMA ธุรกิจที่มาจากพี่น้องทะเลาะกัน

ถ้าถามว่าแบรนด์อุปกรณ์กีฬายี่ห้อไหนที่เราคุ้นเคย ชื่อของ adidas และ PUMA น่าจะเป็นชื่อแรกๆ ที่ถูกนึกถึง แต่รู้ไหมว่า 2 บริษัทนี้ ผู้ก่อตั้งนั้นเป็นพี่น้องแท้ๆ แต่ดันทะเลาะกันจนอีกคนออกไปตั้งธุรกิจเอง เรื่องนี้น่าสนใจยังไง เดี๋ยวเราไปหาคำตอบด้วยกัน

เรื่องนี้เริ่มต้นมาจากชาย 2 คนที่ชื่อว่า Adolf Dassler และ Rudolf Dassler  พี่น้องชาวเยอรมัน โดยพวกเขาเริ่มผลิตรองเท้ากีฬาหลังจากที่ Adolf Dassler กลับมาจากการร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1

ในปี 1924 พวกเขาได้เริ่มผลิตรองเท้ากีฬารุ่น Dassler โดยใช้นามสกุลของพวกเขามาตั้งชื่อรองเท้า และก่อตั้งกิจการแบบเป็นทางการในชื่อ Dassler Brothers Shoe Factory

โดย Adolf Dassler ใช้กลยุทธ์โปรโมทสินค้าด้วยการขอให้ Jesse Owens นักกรีฑาชาวอเมริกันที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 1936 ใส่รองเท้ารุ่นนี้ลงแข่งขัน

ปรากฏว่า Jesse Owens สามารถคว้าได้ถึง 4 เหรียญทอง ในการแข่งขันครั้งนั้น จึงไม่แปลกที่ทำให้รองเท้ารุ่น Dassler ประสบความสำเร็จเกินคาด ความนิยมของรองเท้ารุ่นนี้ทำให้ 2 พี่น้อง Dassler สามารถขายรองเท้าได้ถึง 200,000 คู่ต่อปี

ในปี 1939 ช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงงานเอกชนหลายแห่งถูกกลุ่มนาซีซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของฮิตเลอร์เข้ายึดครอง โดยฮิตเลอร์สั่งให้กิจการเอกชนหยุดผลิตสินค้าขาย แล้วหันมาผลิตยุทธปัจจัยเพื่อสนับสนุนกองทัพ แม้แต่โรงงานของ 2 พี่น้อง Dassler ก็ถูกสั่งให้ผลิตรองเท้าบูทเพื่อทหารของเยอรมันเพียงอย่างเดียว

ขณะที่ Rudolf Dassler คนพี่ก็ถูกเรียกตัวให้ไปร่วมรบในสงครามด้วย ก่อนที่เขาจะกลับมายังโรงงานอีกครั้งใน 1 ปีให้หลัง

แต่การกลับมาในครั้งนี้ กลับเกิดความบาดหมางขึ้นระหว่างพี่น้อง ประกอบกับมุมมองในการทำธุรกิจที่แตกต่างกัน ทำให้ Rudolf Dassler จึงตัดสินใจแยกตัวออกมาตั้งบริษัทใหม่ โดยใช้ชื่อบริษัท RUDA ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น PUMA ในปี 1948

ขณะที่ Adolf Dassler ก็ใช้ชื่อเล่นของเขาคือ Adi และนามสกุลมาผสมกัน จนตั้งชื่อบริษัทใหม่ว่า adidas ขึ้นในปี 1949

ทั้ง 2 บริษัทมีการแข่งขันกันทางธุรกิจอย่างดุเดือด PUMA ให้ PELE อดีตนักฟุตบอลชื่อดังชาวบราซิลใส่รองเท้าฟุตบอลของ PUMA ลงเล่นในนัดชิงฟุตบอลโลกในปี 1970 ซึ่งบราซิลก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกไปครองด้วย

ขณะที่ adidas ไม่ยอมน้อยหน้า โดยให้ Mark Spitz ยอดนักว่ายน้ำชาวอเมริกันถือรองเท้า adidas ขึ้นรับเหรียญทองโอลิมปิกในปี 1972 เพื่อทำการตลาดให้แบรนด์

แต่ที่น่าสนใจคือ นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมานั้น ทั้ง adidas และ PUMA ผลิตรองเท้ารวมกันแล้วมากกว่า 1,000 ล้านคู่บนโลกใบนี้

แล้วทั้ง 2 บริษัท มีผลประกอบการเป็นยังไง

รายได้และกำไรของ adidas AG

ปี 2016 รายได้ 640,435 ล้านบาท กำไร 35,343 ล้านบาท

ปี 2017 รายได้ 735,203 ล้านบาท กำไร 38,115 ล้านบาท

ปี 2018 รายได้  759,354 ล้านบาท กำไร 59,044 ล้านบาท

รายได้และกำไรของ PUMA

ปี 2016 รายได้ 125,675 ล้านบาท กำไร 2,148 ล้านบาท

ปี 2017 รายได้ 143,312 ล้านบาท กำไร 4,712 ล้านบาท

ปี 2018 รายได้ 161,053 ล้านบาท กำไร 6,493 ล้านบาท

ปัจจุบันทั้ง adidas AG และ PUMA เป็นบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน โดยหุ้นของ adidas มีมูลค่าบริษัทประมาณ 1,950,000 ล้านบาท และ PUMA มีมูลค่าบริษัทประมาณ 312,000 ล้านบาท

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แม้ความแตกแยกจะนำมาซึ่งแบรนด์อุปกรณ์กีฬาที่ประสบความสำเร็จระดับโลกถึง 2 แบรนด์ แต่สิ่งที่น่าเศร้าซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จก็คือ ความบาดหมางของ 2 พี่น้อง Dassler ที่ไม่เคยคืนดีกันเลย แม้วันที่ทั้งคู่ได้ลาจากโลกนี้ไปนั่นเอง

>>> <<<

กดติดตามบทความที่น่าสนใจของเพจบล็อกเกอร์แมน พร้อมทั้งสามารถติดตามบทความย้อนหลังทั้งหมดได้ที่

https://www.bloggerman.com

>>> <<<

 References

https://en.wikipedia.org/wiki/Adidas

https://www.youtube.com/watch?v=HfMkEBemuU

https://en.wikipedia.org/wiki/Puma_(brand)

http://mentalfloss.com/article/81763/12sportyfactsaboutadidas

Adidas Financial Publications

PUMA Annual Report

แสดงความคิดเห็น