Blogger-Man บล็อกเกอร์แมน
เศรษฐกิจและแนวคิดการลงทุน

สงครามการค้าเกี่ยวอะไรกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2018 ได้สร้างผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม หนึ่งในนั้นอาจรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยด้วย ทำไมเป็นแบบนั้นเดี๋ยวเราไปหาคำตอบกัน

ก่อนอื่นลองมาดูสถิติที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ปี 2016 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่ากับ 1.63 ล้านล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.5 ล้านคน

ปี 2017 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่ากับ 1.83 ล้านล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35.6 ล้านคน

ปี 2018 รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่ากับ 2.00 ล้านล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 38.2 ล้านคน

ดูจากตัวเลขจะเห็นได้ชัดว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยที่ผ่านมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2018 ถ้าเรารวมรายได้จากการท่องเที่ยวของคนไทยที่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทเข้าไปด้วย หมายความว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นสร้างรายได้กว่า 3 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 20% ของมูลค่า GDP ของไทยที 15 ล้านล้านบาท

ดูแบบนี้ก็ต้องบอกว่า ประเทศเรากำลังพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากพอสมควร  ถ้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังเติบโตได้ดีก็น่าจะส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย

ในทางตรงข้าม ถ้าเริ่มมีสัญญาณบางอย่างที่ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเริ่มชะลอตัวลง ก็อาจส่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเช่นกัน

หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่เริ่มส่งออกมาคือ การชะลอตัวลงของนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ปลายปี 2018

ปี 2017 นักท่องเที่ยวจีนที่มาประเทศไทยเท่ากับ 9.8 ล้านคน

ปี 2018 นักท่องเที่ยวจีนที่มาประเทศไทยเท่ากับ 10.5 ล้านคน

ดูแบบนี้อาจคิดว่านักท่องเที่ยวจีนกำลังเติบโตขึ้น แต่ถ้าดูลึกลงไปจะพบว่า

6 เดือนแรกของปี 2018 นักท่องเที่ยวจีนเท่ากับ 5.9 ล้านคน

6 เดือนหลังของปี 2019 นักท่องเที่ยวจีนลดลงเหลือเท่ากับ 5.6 ล้านคน

การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนถือว่า มีผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่สุดคิดเป็นสัดส่วนถึง 27% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาประเทศไทย

ทั้งยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายเงินมากซึ่งสร้างรายได้แก่การท่องเที่ยวไทยมูลค่ากว่า 580,700 ล้านบาท หรือ 29% ของรายได้จากการท่องเที่ยวที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การลดลงของนักท่องเที่ยวจีน ส่วนหนึ่งเกิดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวเมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะที่อีกส่วนเกิดจากการที่เศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวลงเนื่องจากสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา เพราะเมื่อคนไม่มั่นใจกับภาวะเศรศฐกิจ จึงทำให้ต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปเช่น ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว

ลองมาดูการเติบโต GDP ของจีนในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา

ไตรมาส 3 ปี 2018 การเติบโต GDP จีนเท่ากับ 6.5%

ไตรมาส 4 ปี 2018 การเติบโต GDP จีนเท่ากับ 6.4%

ไตรมาส 1 ปี 2019 การเติบโต GDP จีนเท่ากับ 6.4%

ไตรมาส 2 ปี 2019 การเติบโต GDP จีนเท่ากับ 6.2%

GDP ที่เติบโตในไตรมาสล่าสุดที่ 6.2% นั้น ถือเป็นการเติบโตต่ำสุดในรอบ 27 ปี แต่ที่อาจซ้ำเติมกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีนมากไปกว่านั้นคือ การที่ธนาคารกลางของจีนตอบโต้สหรัฐอเมริกาในสงครามการค้า ด้วยการลดค่าเงินหยวนลงมาที่ระดับทะลุ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อเป็นแบบนี้ จึงทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง สวนทางกับเงินบาทของไทยที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ปัจจุบัน เงิน 1 หยวนเท่ากับ 4.35 บาท เทียบกับในปี 2017 ที่เงิน 1 หยวนเท่ากับ 5.15 บาท หมายความว่า ค่าหยวนนั้นอ่อนค่าลงกว่า 15% เมื่อเทียบกับเงินบาท จึงทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยของคนจีนมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นไปอีก

ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ต้องบอกว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนกำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเหมือนกัน ซึ่งพวกเราก็ต้องเอาใจช่วยคนที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ดูเหมือนเป็นเครื่องยนต์ที่สามารถใช้กระตุ้นเศรษฐกิจไม่กี่ตัว เพื่อให้เติบโตไปได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนหลายอย่าง ณ ปัจจุบัน

>>> <<<

กดติดตามบทความที่น่าสนใจของเพจบล็อกเกอร์แมน พร้อมทั้งสามารถติดตามบทความย้อนหลังทั้งหมดได้ที่

https://www.blogger-man.com

>>> <<<

 References

https://www.mots.go.th/more_news.php?cid=411

-https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_GDP_(nominal)

-https://tradingeconomics.com/china/gdp-growth-annual

แสดงความคิดเห็น